"เราเอาใจใส่เสมือนคนในครอบครัว เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการศึกษา บริการด้วยใจ จาก Smart Globe Education"

สถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย

Posted on: July 29th, 2013 by admin
  • SumoMe

ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลทั่วไปของประเทศออสเตรเลีย


สภาพภูมิศาสตร์

ประเทศออสเตรเลียเป็นทวีปที่เล็กที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะเป็นเกาะ ซึ่งออสเตรเลียนี้ถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออสเตรเลียมีทะเลทรายที่กว้างใหญ่บริเวณตอนกลางของประเทศ ซึ่งรายล้อมด้วยชายฝั่งทะเลที่สวยงาม ชายหาดขาวสะอาด และมีความอุดมสมบูรณ์ของป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนนานาพันธุ์ รวมถึงเหล่าสัตว์และดอกไม้ทั้งหลายที่ไม่สามารถพบได้ในดินแดนอื่นๆ อาทิเช่น จิงโจ้ หมีโคอาล่า เป็นต้น

 

สภาพภูมิอากาศ

สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียมีความแตกต่างกันในแต่ละรัฐ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดจะอยู่ที่รัฐ Tasmania ประมาณ 11-12 องศาเซลเซียส และร้อนที่สุดที่ Northern Territory ประมาณ 34 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบกลางๆ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวในทุกๆฤดูกาล

 

ฤดู เดือน ลักษณะอากาศ
ฤดูร้อน (Summer) ธันวาคม ถึง กุมภาพันธ์ อากาศร้อนและแห้งแล้ง
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) มีนาคม ถึง พฤษภาคม อากาศเริ่มเย็นลง รวมถึงเริ่มมีฝนตกชุก
ฤดูหนาว (Winter) มิถุนายน ถึง สิงหาคม มีอากาศหนาวเย็น และอาจมีหิมะตกในบริเวณภูเขาสูง
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) กันยายน ถึง พฤศจิกายน อากาศดี มีดอกไม้บานสะพรั่ง

 

วัฒนธรรมและความเป็นอยู่

เนื่องด้วยประชากรประมาณหนึ่งในห้าของชาวออสเตรเลียเกิดในประเทศอื่น ออสเตรเลียจึงเป็นสังคมหลายชนชาติ หลายวัฒนธรรม คุณภาพชีวิตของชาวออสเตรเลียจัดว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยสภาพแวดล้อมที่สะอาด บริการสาธารณสุขที่ครบครัน  การศึกษาที่มีคุณภาพ และวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ในออสเตรเลีย เมื่อรวมกันแล้วจึงทำให้ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

 

การเมืองการปกครอง

ออสเตรเลียเป็นประเทศในเครือจักรภพของอังกฤษ มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีสมเด็จพระนางเจ้าอลซาเบธที่ 2 ทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระราชินีแห่งออสเตรเลีย มีการแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับสหพันธรัฐ ระดับรัฐ และระดับท้องถิ่น

 

รัฐและเขตการปกครอง

ออสเตรเลีย ประกอบด้วยรัฐใหญ่ๆ 6 รัฐ และเขตการปกครองตนเอง 2 เขต คือ

รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) เมืองหลวง คือ ซิดนีย์ (Sydney)

รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) เมืองหลวง คือ บริสเบน (Brisbane)

รัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) เมืองหลวง คือ แอดดิเลด (Adelaide)

รัฐแทสมาเนีย (Tasmania) เมืองหลวง คือ โฮบาร์ต (Hobart)

รัฐวิคตอเรีย (Victoria) เมืองหลวง คือ เมลเบิร์น (Melbourne)

รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย (Western Australia) เมืองหลวง คือ เพิร์ธ (Perth)

เขตนครหลวงออสเตรเลีย (Australian Capital Territory) เมืองหลวง คือ แคนเบอร์ร่า

เขตนอร์ทเทิร์นเทร์ริทอรีย์ (Northern Territory) เมืองหลวง คือ ดาร์วิน (Darwin)

 

เขตเวลา

ประเทศออสเตรเลียแบ่งออกเป็น 3 เขตเวลา

เวลาฝั่งตะวันออก ได้แก่ Australia Capital Territory / New South Wales / Queensland / Tasmania / Victoria เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง

เวลาภาคกลาง ได้แก่ South Australia / Northern Territory เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง

เวลาภาคตะวันตก  ได้แก่ Western Australia เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง

หมายเหตุ:

Daylight Saving ในช่วงฤดูร้อน ออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้นในรัฐ Victoria / New South Wales / South Australia / Tasmania จึงมีการปรับเวลาให้เร็วขึ้นกว่าเดิมอีก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เดือน ตุลาคม-มีนาคม

 

ศาสนา

ชาวออสซี่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ แต่เนื่องจากประเทศออสเตรเลียให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา จึงมีศาสนาอื่นๆ เช่น พุทธ อิสลาม และ ยิว นอกจากนี้ในบางรัฐยังมีวัดไทยอีกด้วย เช่น ในเมือง Melbourne, Sydney, Canberra และ Adelaide

 

 

ไฟฟ้าและน้ำประปา

ใช้กระแสไฟฟ้า220 โวลต์ AC 50 Hz เหมือนประเทศไทยแต่เป็นปลั๊กแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้ามาจากประเทศไทยต้องใช้ Adapter ซึ่งหาซื้อได้ในประเทศไทย ส่วนน้ำที่ออสเตรเลียเป็นน้ำสะอาด สามารถดื่มได้ โดยปรกติจะมีก๊อกน้ำเย็น และน้ำร้อน ส่วนใหญ่น้ำเย็นจะใช้บริโภคได้ แต่น้ำร้อนจะเอาไว้ใช้อุปโภคเท่านั้น

 

เศรษฐกิจ

รายได้หลักของประเทศออสเตรเลีย คือ การทำเหมืองแร่ และ ภาคเกษตรกรรมซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สามารถหารายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก ประเทศออสเตรเลียเป็นผู้ขนส่งออก ขนแกะ รายใหญ่ที่สุดของโลก รวมถึงส่งออก ข้าวสาลี ข้าวบาเล่ย์ น้ำตาล ถ่าน และ แร่ธาตุเหล็ก ให้กับประเทศภาคพื้นเอเชีย การศึกษา ถือเป็นการนำรายได้เข้าประเทศ เป็นลำดับที่สามของเหล่าอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลียด้วย

 

ระบบเงินตราของออสเตรเลีย

ใช้เงินสกุลดอลล่าร์ออสเตรเลีย  โดย 100 เซนต์ เท่ากับ 1 ดอลล่าร์ รูปแบบธนบัตรของออสเตรเลียมีใบละ 5,10,20,50,100 เหรียญออสเตรเลีย ส่วนเงินเหรียญ นั้นมีเหรียญละ 5,10,20,50 เซนต์ ส่วนเหรียญสีทองนั้น มีค่า 1 และ 2 เหรียญออสเตรเลีย

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างเงินเหรียญออสเตรเลียและเงินบาทไทยนั้น 1 เหรียญออสเตรเลียมีค่าประมาณ 30-32 บาทไทย

 

——————————————————————————————————————–

ระบบการศึกษา

 


 

 

ระบบการศึกษาประเทศออสเตรเลีย แบ่งเป็นระดับการศึกษาต่างๆ ดังนี้

 

[ ระดับอนุบาลศึกษา ]

การศึกษาภาคไม่บังคับ เริ่มรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 3-5 ปี  โดยเน้นการเตรียมความพร้อมให้เด็กมีพัฒนาทางร่างกาย สติปัญญา ทักษะ และสังคม โดยไม่เร่ง หรือเน้นในเชิงวิชาการ

 

[ ระดับประถมศึกษา ]

การเรียนการสอนในระดับประถมศึกษามักจัดชั้นตามอายุ แบ่งเป็น Year 1 -6 โดยมีอาจารย์ประจำชั้นที่เป็นผู้สอนวิชาพื้นฐานต่างๆทั้งหมด วิชาหลักๆในระดับนี้คือ เรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ อังกฤษ และวิชาทางศิลปะ การวัดผลอาศัยการประเมินจากครูผู้สอนเป็นหลัก โรงเรียนประถมศึกษาของ รัฐบาลส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนแบบสหศึกษาแบบไปกลับ ส่วนโรงเรียนเอกชนมีทั้งแบบประจำและไปกลับ

 

[ ระดับมัธยมศึกษา ]

การศึกษาระดับมัธยมแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ มัธยมศึกษาตอนต้น  Year 7-10 เป็นการศึกษาภาคบังคับจนถึง Year 10 โดยทั่วไปนักเรียนจะมีอายุ 15 ปี นักเรียนจะเรียนวิชาหลักๆคือ อังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พลศึกษา โรงเรียนส่วนใหญ่เปิดสอนวิชาเลือกต่างๆตามความถนัด เช่น คอมพิวเตอร์ ภาษาต่างประเทศ ดนตรี ศิลปะ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ สังคมศึกษา ธุรกิจ ซึ่งวิชาเหล่านี้เป็นวิชาบังคับเพื่อเตรียมนักเรียนเข้าเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเรียนต่อสายอาชีพ

นักเรียนที่ต้องการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยมักเลือกเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลาย Year 11-12 โดยเมื่อเรียนจบจะได้รับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา ซึ่งในแต่ละรัฐจะมีประกาศนียบัตรภายใต้ระบบการศึกษาของรัฐนั้นๆ และเนื่องจากประเทศออสเตรเลียไม่มีระบบการสอบเอนทรานส์หรือแอดมิชชั่น การเข้ามหาวิทยาลัยจึงพิจารณาจากระดับคะแนนสะสมที่นักเรียนได้จากการเรียนใน 2 ปี สุดท้าย โดยพิจารณาจากคะแนน UAI หรือ University Assessment ซึ่งเป็นระบบคิดคะแนนของทุกรัฐ

 

[ การศึกษาและฝึกอบรมสายอาชีพ – Vocational Education and Training: VET ]

วิทยาลัยรัฐบาล

สถาบันเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่องของรัฐบาลหรือที่รู้จักกันในนาม เทฟ TAFE เป็นระบบการศึกษาที่เน้นการฝึกอบรมด้านวิชาชีพ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการฝึกทักษะปฏิบัติที่จำเป็นต่างๆในวิชาชีพที่สำคัญ เช่น อุตสาหกรรม ก่อสร้าง รถยนต์ พาณิชย์ ช่างเทคนิคทุกประเภท และงานบริการ การท่องเที่ยว การโรงแรม รวมทั้งศิลปะ และความชำนาญในทุกสายอาชีพ โดยมีเป้าหมายในการป้อนบุคคลากรที่มีทักษะ ความรู้ ความชำนาญ และความสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน การเรียนในสถาบัน TAFE จึงเน้นภาคปฏิบัติมากกว่า และมีการประสานความร่วมมือระหว่างสถาบัน TAFE และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การฝึกฝนวิชาชีพต่างๆที่สอดคล้องกับความต้องการและการเปลี่ยนแปลงกับตลาดแรงงานอยา่งแท้จริง

วิทยาลัยเอกชน

วิทยาลัยเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่องและวิชาชีพ จัดตั้งอยู่ ทั่วไปตามเมืองใหญ่ทุกเมือง โดยจัดหลักสูตรใกล้เคียงกับสถาบัน TAFE ของรัฐบาล และจะเน้นสาขาวิชาชีพด้านธุรกิจ และสาขาที่ตลาดแรงมีความ ต้องการมาก เช่น บัญชี การตลาด การจัดการ คอมพิวเตอร์ วิทยาการ สารสนเทศ เลขานุการ การท่องเที่ยว การโรงแรม ออกแบบ เสริมสวย เป็นต้น วิทยาลัยเอกชนที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติจะต้องจดทะเบียนและอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลทางมาตรฐานและคุณภาพการเรียนการสอน จากรัฐบาลและหน่วยงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง วิทยาลัยเอกชนหลายแห่งยังเปิดสอนหลักสูตรเชื่อมต่อการศึกษาในระดับปริญญาตรี ในมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ที่เรียนในประกาศนียบัตรในวิทยาลัยเอกชน และต้องการศึกษาต่อเนื่องขึ้นไปถึงระดับปริญญาตรี

ระดับประกาศนียบัตร Certificate

เป็นหลักสูตรฝึกอบรมวิชาชีพขั้นต้นเพื่อวางพื้นฐานความรู้และทักษะ เพื่อออกไปประกอบอาชีพต่างๆ วุฒิบัตรวิชาชีพนี้มีตั้งแต่ระดับ 1-4 ด้วยระยะเวลาศึกษาตั้งแต่ 2-3สัปดาห์ถึง 1 ปี ผู้สมัครต้องจบการศึกษา ขั้นต่ำ Year 10 ของประเทศออสเตรเลียหรือเทียบเท่า

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง Advanced Certificate

เป็นหลักสูตรวิชาชีพที่เน้นวางพื้นฐานทักษะและความรู้ที่ต้องใช้ใน การปฏิบัติงานในสาขาวิชาชีพต่างๆที่จำเป็นในระดับการจัดการชั้นต้น หรือหัวหน้างาน ผู้สมัครต้องจบการศึกษาขั้นต่ำ Year 10 ของประเทศ ออสเตรเลียหรือเทียบเท่า

อนุปริญญา Associate Diploma / Diploma

ประกาศนียบัตรวิชาชีพเป็นหลักสูตรที่เน้นเสริมสร้างทักษะที่ต้องใช้ ในงานเทคนิคหรืองานการจัดการในสาขาอาชีพต่างๆ เช่น วิศวกรรมไฟฟ้า สถาปัตยกรรม ธุรกิจการจัดการ งานด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ใช้ระยะเวลาศึกษา 1-2 ปี ผู้สมัครต้องจบการศึกษาหรือมีคุณวุฒิเทียบเท่า Year 12 ของประเทศออสเตรเลีย

อนุปริญญาชั้นสูง Advanced Diploma

อนุปริญญาใช้ระยะเวลา 2-3 ปี เป็นหลักสูตรฝึกทักษะวิชาชีพชั้นสูง ผู้สมัครต้องจบการศึกษาอย่างน้อยมัธยมศึกษาตอนปลายหรือมีวุฒิเทียบเท่า Year 12 ของประเทศออสเตรเลีย

 

[ ระดับมหาวิทยาลัย ]

ปัจจุบันออสเตรเลียมีมหาวิทยาลัย สถาบัน เทคโนโลยี และวิทยาลัย ซึ่งได้รับการยกระดับวิทยฐานะเป็นมหาวิทยาลัยทั้งหมด 41 แห่ง แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล 38 แห่ง และของเอกชน 3 แห่ง คุณภาพ มาตรฐานของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียเทียบเท่ามหาวิทยาลัยชั้นดีของประเทศอังกฤษ แคนาดา และอเมริกา โดยมหาวิทยาลัยทั้งหมดได้รับการรับรองวิทยฐานะจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ของประเทศไทย

ดังได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า ออสเตรเลียไม่มีระบบการสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย การรับนักศึกษาในระดับปริญญาตรีพิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษา ในกรณีที่เป็นนักเรียนต่างชาติก็พิจารณาจากผลการเรียน ในระดับมัธยมปลาย มหาวิทยาลัยอาจกำหนดคุณสมบัติในการเข้าเรียนระดับปริญญาตรีของนักเรียนจากประเทศต่างๆแตกต่างกันไป เช่น การกำหนดเกณฑ์ของระดับภาษาอังกฤษ เป็นต้น

หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย Foundation Studies

เป็นหลักสูตรการเรียนปรับพิ้นฐานสำหรับนักเรียนต่างชาติก่อนการเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี  ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7 เดือน – 1 ปี  ทั้งนี้บางมหาวิทยาลัยอาจมีการยกเว้นการเรียน Foundation Studies ให้กับนักเรียนที่ผลการเรียนดีถึงดีมากอีกด้วย

ปริญญาตรี Bachelor Degree

ปริญญาตรีในประเทศออสเตรเลีย โดยปกติใช้ระยะเวลาเรียนโดยเฉลี่ยเป็นเวลา 3 ปี และหากเป็นสาขาวิชาอื่นๆ จะมีระยะเวลาเรียนที่แตกต่างกันออกไป เช่น วิศวกรรมศาสตร์ 4 ปี สถาปัตยกรรมศาสตร์ 3-5 ปี และแพทย์ศาสตร์ 6 ปี เป็นต้น หากต้องการได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมต้องเรียนเพิ่มเติมอีก 1 ปี โดยการเรียนจะเป็นแบบทำวิทยานิพนธ์หรือการทำวิจัย ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งจัดหลักสูตรในลักษณะที่เรียกว่า ปริญญาตรีควบ  (Combined Degree) คือนักศึกษาสามารถเรียนปริญญาตรี 2 สาขา ในเวลาเดียวกัน โดยเพิ่มระยะเวลาจากปริญญาตรีปรกติ 3 ปี เป็น 4 ปี

ประกาศนียบัตรบัณฑิต Graduate Certificate

เป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน เพื่อเสริมความรู้เฉพาะด้านมีหลายสาขาให้เลือก เช่น ผู้ที่จบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ อาจเรียนหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มเติม หรือนักเรียนต่างชาติที่สมัครเรียนระดับปริญญาโท แต่ทางสถาบันไม่แน่ใจในความพร้อมของนักเรียน อาจให้นักเรียนลงทะเบียนหลักสูตร Graduate Certificate เพื่อประเมิน ผลการเรียนก่อน จนกว่าผลการเรียนเป็นที่น่าพอใจก็จะอนุญาตให้ ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้

อนุปริญญาโท Graduate Diploma

เป็นหลักสูตรบัณฑิตศึกษาระยะเวลาศึกษา 1 ปี สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีที่มีประสบการณ์ในการทำงานแล้ว และต้องการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เฉพาะด้านเป็นหลักสูตรฟังคำบรรยาย อาจมีการทำ Project หรือมีภาคปฏิบัติในบางสาขาวิชา เช่น MBA ได้จัดให้ Graduate Diploma เป็นหลักสูตรปีแรกของโปรแกรม ซึ่งถ้านักศึกษาสามารถทำคะแนนได้ดี ในปีแรกก็สามารถผ่านไปเรียนปีที่ 2 ในระดับปริญญาโทได้

ปริญญาโท Master’s Degree

ใช้ระยะเวลาศึกษา 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาและลักษณะการเรียน ระบบการเรียนมี 3 ลักษณะ คือ

1. Coursework เป็นการเรียนแบบเข้าฟังคำบรรยายอย่างเดียว

2. Research เป็นการเรียนแบบเขียนวิทยานิพนธ์อย่างเดียว

3. Coursework and Research เป็นการเรียนผสมผสานระหว่างการเข้าฟังคำบรรยาย และการเขียนวิทยานิพนธ์ บางสถาบันให้นักศึกษาเลือกอัตราส่วนระหว่างการเรียน 2 แบบ เช่น นักศึกษาอาจจะเลือก Coursework 50% หรืออัตราส่วนระหว่าง Coursework and Research เป็น 70%-30% ในบางสาขา

ปริญญาเอก Doctoral Degree

คุณวุฒิสูงสุดในระบบการศึกษา ปริญญาเอกในออสเตรเลียเป็นการเรียนในรูปแบบที่เน้นการทำวิจัยเป็นหลัก บางสาขาอาจมีส่วนประกอบของการเรียนแบบฟังบรรยาย ระยะเวลาในการศึกษา 3-5 ปี ผู้สนใจศึกษาต่อปริญญาเอกควรจบปริญญาโทในสาขาเดียวกัน และควรมีพื้นฐานการทำวิจัยและพื้นฐานทางทฤษฎีในสาขาที่สนใจเป็นอย่างดี การพิจารณาในการสมัครจะพิจารณาจากหัวข้อในการทำวิจัยเป็นสำคัญ

 

[ หลักสูตรพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ – English Language Intensive Courses For Oversea Student : ELICOS ]

หลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษหรือที่เรียกย่อๆว่า ELICOS โดยมีสถาบันที่จดทะเบียนและได้รับการรับรองมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ บางแห่งเป็นวิทยาลัยเอกชนและบางแห่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันระดับอุดมศึกษาของรัฐบาล เช่น มหาวิทยาลัย หรือ สถาบัน TAFE

สถาบันที่จัดการสอน ELICOS ทั้งในภาครัฐและเอกชน มักเป็นสมาชิกหนึ่งหรือหลายๆสมาคมหรือองค์กรเพื่อการสอนภาษาอังกฤษ การเรียนการสอนจึงดำเนินตามมาตรฐานและกฏเกณท์ของสมาคมหรือองค์กรนั้นๆ

ตามปกติสถาบันต่างๆจะเปิดสอนหลักสูตรฝึกอบรมด้านภาษาอังกฤษในทุกระดับและมีความหลากหลายวัตถุประสงค์ โดยทั่วไปเปิดสอนหลักสูตรภาษาแบบเต็มเวลา โดยกำหนดเวลาอย่างน้อย 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งแต่ 2- 48 สัปดาห์ นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรทัศนศึกษา ทั้งในรูปแบบเรียนเต็มเวลาและเรียนไม่เต็มเวลาตั้งแต่ 1-6 สัปดาห์

 

——————————————————————————————————————–

 

ค่าใช้จ่าย/ค่าครองชีพ

 

[ ค่าใช้จ่ายต่างๆในการศึกษา ]

หากจะแบ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย อาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ 1. ค่าเล่าเรียน 2. ค่าใช้จ่ายในการครองชีพ ซึ่งค่าใช้จ่ายต่างๆนี้จะแตกต่างกันไปตามลักษณะของเมืองที่ไปอยู่ การใช้ชีวิต ประเภทของหลักสูตร และระยะเวลาของหลักสูตร

1. ค่าเล่าเรียน (Tuition fees)

ค่าเล่าเรียนอาจถูกแบ่งได้จากประเภทของหลักสูตร ดังนี้

หลักสูตร

ค่าเล่าเรียนต่อปี (โดยประมาณ)

หลักสูตรภาษาอังกฤษ (English Language Training) A$12,000-19,000 (ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถาบัน หลักสูตร และรายะเวลา)
ระดับประถมและมัธยมศึกษา (School) A$6,000 to 30,000
หลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรมสายอาชีพ (VET: Vocational Education and Training)– Certificate I – IV- Diploma- Advanced Diploma A$5,000 to 20,000
หลักสูตรพื้นฐานก่อนการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี (Foundation Studies) A$9,000 to 14,000
หลักสูตรระดับปริญญาตรี (Undergraduate)-สาขาบริหารธุรกิจ ศิลปศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ บัญชี- สาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ A$14,000 to 35,000
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา (Postgraduate)– Graduate Certificate- Graduate Diploma- Masters Degree- Doctoral Degree A$15,000 to 36,000

 

นอกจากนี้บางสถาบันศึกษาอาจมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าบริการห้องสมุด ค่าห้องแล็บ หรือค่าสมาชิกสนามกีฬา เป็นต้น พวกค่าใช้จ่ายในระหว่างเล่าเรียนก็ควรนำมาพิจารณาในการประเมินค่าเล่าเรียนด้วย เช่น ค่าอุปกรณ์เครื่องเขียน ค่าหนังสือเรียน เป็นต้น

2. ค่าใช้จ่ายในการครองชีพ (Living expenses)

ออสเตรเลียมีมาตรฐานการครองชีพที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ค่าครองชีพของออสเตรเลียจะแตกต่างกันไปในแต่ละเมือง โดยเมืองที่มีค่าครองชีพสูงไปเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำ เรียงตามลำดับได้ดังต่อไปนี้

1. Sydney
2. Melbourne
3. Brisbane
4. Perth
5. Adelaide

มาตรฐานค่าครองชีพของออสเตรเลียจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ A$1,550 หรือประมาณปีละ A$18,610 เป็นค่าที่พัก อาหาร เสื้อผ้า บันเทิง คมนาคม และโทรศัพท์ ทั้งนี้ ตัวเลขค่าใช้จ่ายนี้จะขึ้นอยู่กับทำเลที่อยู่ การใช้ชีวิต และหลักสูตรที่เลือก

ข้างล่างเป็นรายการประมาณการค่าใช้จ่ายของใช้ประจำวันที่ออสเตรเลีย

  • loaf of bread – A$2.50 to A$3.00;
  • two litres of milk – A$2.20 to A$2.90;
  • newspaper – A$1.50 to A$3.00;
  • box of breakfast cereal – A$3.00 to A$4.00;
  • jar of instant coffee – A$3.00 to A$4.00;
  • bottle of soft drink – A$1.50 to A$3.00;
  • bottle of shampoo – A$2.50 to A$4.50;
  • bar of soap – A$1.50 to A$2.50;
  • one apple – 50 cents to 80 cents;
  • one banana – 60 cents to 90 cents;
  • beef (500 grams) – A$7.00 to A$8.00; and
  • chicken (600 grams) – A$7.00 to A$8.00

ค่าที่พักก็เป็นอีกหนึ่งค่าใช้จ่ายหลักของนักเรียนที่มาศึกษาในออสเตรเลีย ค่าเช่าอพาร์ทเม้นต์ในตัวเมืองใหญ่ในออสเตรเลียอาจสูงถึง A$350-500 ต่อสัปดาห์เลย แต่หากเลือกที่จะไปหาห้องเช่าหรือบ้านเช่านอกเมืองโดยอาจแชร์ห้องอยู่กับเพื่อน ค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักก็จะไม่สูงมากนัก ประมาณ A$100-220 ต่อสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับที่ตั้ง และปริมาณคนที่แชร์ ทั้งนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่มเติมอีกด้วย เช่น ค่าอาหาร ค่าของใช้ส่วนกลาง ค่าเดินทาง เป็นต้น ทว่าหากเลือกอยู่โฮมสเตย์ อาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อยู่ที่ประมาณ A$200-300 ต่อสัปดาห์ แต่ก็มาพร้อมอาหาร 2-3 มื้อต่อวันและบริการซักรีด

ค่าใช้จ่ายอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งเป็นเกณฑ์ในการขอวีซ่าอีกข้อหนึ่งคือ นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องทำประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (OSHC) และต้องครอบคลุมตลอดอายุวีซ่านักเรียน ซึ่งอัตราค่าเบี้ยประกันนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่นักเรียนต้องอยู่ในประเทศออสเตรเลีย และบริษัทผู้ให้บริการประกัน โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่าอัตราค่าเบี้ยประกันจะอยู่ในช่วง A$96 สำหรับ 3 เดือน หรือ A$385 สำหรับ 1 ปี (ข้อมูลตัวเลขของบริษัท OSHC Worldcare สำหรับหลักสูตรในปี 2012) หากนักเรียนมีความประสงค์จะนำครอบครัวไปด้วย นักเรียนจะต้องชำระค่าเบี้ยประกันแบบครอบครัว โดยเบี้ยประกันทั้งหมดจะต้องชำระก่อนการเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตามนักเรียนต่างชาติที่ถือวีซ่านักเรียนนั้นสามารถยื่นสมัครขออนุญาตทำงานพิเศษอย่างถูกต้องได้ 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ ทำให้สามารถแบ่งเบาค่าใช้จ่ายหลักๆส่วนอื่นได้อีกด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งในการมาศึกษาที่ประเทศออสเตรเลีย

 

[ สกุลเงิน ธนาคาร และบัญชีธนาคาร]

สกุลเงินของออสเตรเลีย คือ เหรียญออสเตรเลีย หนึ่งเหรียญมีค่าเท่ากับ 100 เซนต์ เงินสกุลนี้ มีเหรียญ 5 เซนต์ 10 เซนต์ 20 เซนต์ 50 เซนต์  1 เหรียญ และ 2 เหรียญ ส่วนธนบัตรมี 5 เหรียญ 10 เหรียญ 20 เหรียญ 50 เหรียญ และ 100 เหรียญ

ธนาคารหลักๆ เช่น ANZ, Commonwealth, National, Westpac และธนาคารในเครืออยู่ทุกแห่งมีสาขาอยู่ทั่วออสเตรเลีย และมีหลายแห่งที่ให้บริการตู้เอทีเอ็มตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทุกตู้รับบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารอื่น และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายนานาชาติได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ Eftpos (การโอนเงินทางอีเล็กทรอนิกส์ ณ จุดซื้อขาย) ก็เป็นบริการแสนสะดวกที่ธุรกิจของออสเตรเลียหลายแห่งได้นำเข้ามาใช้แล้ว นั่นหมายความว่า ท่านสามารถใช้บัตรธนาคารของท่าน (บัตรเครดิตหรือเดบิต) ในการจ่ายค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ ได้โดยตรง อีกทั้งยังสามารถเบิกเงินสดได้อีกด้วย

บัตรเครดิตอย่างเช่นบัตรวีซ่าและมาสเตอร์การ์ดสามารถใช้บริการได้ทุกประเภท เช่น ถอนเงินสดล่วงหน้าที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร และจากตู้เอทีเอ็มหลายๆแห่ง ส่วนบัตรชาร์จการ์ดอย่างเช่นไดเนอส์คลับและอเมริกันเอ็กซ์เพรส (Amex) นั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับแพร่หลายเมื่อเทียบกับสองแบบแรก

การเปิดบัญชีธนาคารในออสเตรเลียเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้มาเยือนจากต่างประเทศ แต่ต้องทำภายใน 6 สัปดาห์หลังจากมาถึง เพียงแค่แสดงหนังสือเดินทางและแจ้งที่อยู่ให้ธนาคารทราบ ทางธนาคารก็จะเปิดบัญชีและส่งบัตรเอทีเอ็มให้ท่าน แต่หากท่านเปิดบัญชีหลังจากที่เข้าเมืองมาแล้วเกิน 6 สัปดาห์ขึ้นไป ท่านต้องแสดงหลักฐานประจำตัวเพิ่มอีก ตัวอย่างเช่น หนังสือเดินทาง สูติบัตร และใบขับขี่สากลพร้อมรูปถ่าย

 

——————————————————————————————————————–

 

VISA

 

[ วีซ่านักเรียน ]

วีซ่านักเรียน เป็นวีซ่าสำหรับบุคคลที่มีความประสงค์จะศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่หลักสูตรภาษาอังกฤษที่มีระยะเวลาเกิน 10 สัปดาห์ หลักสูตรประถมศึกษา หลักสูตรมัธยมศึกษา หลักสูตรวิชาชีพ และหลักสูตรอุดมศึกษา

วีซ่านักเรียน ความหมายชัดเจนตรงตัว คือ วัตถุประสงค์เพื่อการเรียนเป็นหลัก แม้เงื่อนไขของวีซ่าจะอนุญาตให้ทำงานพิเศษได้ไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อ 2 สัปดาห์ แต่ดูเหมือนว่าระยะหลังจะมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆว่า วีซ่านักเรียน คือใบผ่านทางไปทำงานเป็นหลัก และเรียนเป็นเรื่องรอง ซึ่งอาจเป็นที่มาของเหตุผลที่ว่าทำไมการพิจารณาวีซ่านักเรียนในปัจจุบันจึงถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจนเหมือนว่ายากขึ้น

แต่สำหรับผู้ที่แสดงเอกสารได้ตรงตามคุณสมบัติและเกณท์ในการพิจารณาว่า คุณคือนักเรียนที่แท้จริง ที่ต้องการสมัครวีซ่านักเรียนเพื่อไปเรียนเป็นวัตถุประสงค์หลัก โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติวีซ่านักเรียนก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

เอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียน

*ใบสมัครวีซ่านักเรียน 157A ดาวน์โหลดฟอร์มได้ที่ http://www.immi.gov.au/allforms/pdf/157a.pdf จะต้องกรอกใบสมัครเป็นภาษาอังกฤษ และตอบให้ครบทุกคำถามตามความ เป็นจริง ถ้าไม่เข้าใจคำถามข้อใดควรสอบถามผู้รู้จนเข้าใจก่อนตอบ

*ใบยืนยันการลงทะเบียน Confirmation of Enrollment-COE ซึ่งเป็นเอกสาร ตอบรับจากทางสถาบันการศึกษา โดยต้องระบุสถานที่ยื่นเป็น DIAC-Thailand Bangkok เท่านั้น

*หนังสือเดินทางตัวจริง พร้อมสำเนา 2 ชุด

หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือนก่อนเดินทาง แต่แนะนำว่าหนังสือเดินทางควรมีอายุให้ครอบคลุมกับระยะเวลาของวีซ่าที่จะได้รับ เช่น ถ้าจะต้องไปเรียนออสเตรเลียเป็นเวลา 3 ปี แต่อายุของหนังสือเดินทางเหลือ 1 ปี ควรไปทำหนังสือเดินทางใหม่ก่อนสมัครวีซ่า มิฉะนั้นต้องแจ้งหมายเลขหนังสือเดินทางเล่มใหม่ให้ทางแผนกวีซ่ารับทราบด้วย อาจทำให้เสียเวลาด้วยและเสียเงินเพิ่มเติม กรณีที่ขอแจ้งหมายเลขหนังสือเดินทางใหม่กับทางสถานฑูตออสเตรเลียกรุงเทพ ต้องส่งเรื่องผ่าน VFS ทำให้ต้องเสียค่าบริการด้วย

*รูปถ่าย 2 นิ้ว 1 รูป เป็นรูปถ่ายปัจจุบัน ถ่ายไม่เกิน 6 เดือนก่อนเดินทาง โดยรูปถ่ายในหนังสือเดินทางต้องเป็นรูปถ่ายติดฟอร์มวีซ่านักเรียน รูปถ่ายเพื่อการตรวจสุขภาพควรเป็นรูปถ่ายที่เหมือนกัน และเหมือนกับตัวจริงในปัจจุบัน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการพิจารณาวีซ่าล่าช้า

*สำเนาบัตรประชาชนฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*สำเนาทะเบียนบ้านฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*สำเนาสูติบัตรฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*ผลการเรียนตัวจริง และสำเนา 1 ชุด

*ผลภาษาอังกฤษตัวจริง และสำเนา 1 ชุด

*สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ และ/หรือ  สำเนาใบเปลี่ยนนามสกุล ฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย

*สำเนาทะเบียนการหย่าหรือสำเนาทะเบียนสมรสฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*สำหรับผู้ชาย สำเนาใบผ่านการเกณท์ทหาร เช่น สด.8 หรือ สด.9 ฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*ถ้าเคยได้รับวีซ่า หรือถูกปฏิเสธวีซ่า ไม่ว่าจะเป็นวีซ่าประเภทไหนของออสเตรเลีย ให้แนบสำเนาวีซ่า หรือจดหมายถูกปฏิเสธไปด้วย

*ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หากเคยไปพำนักอยู่ประเทศไหน ยกเว้นไทยและออสเตรเลีย ติดต่อกันเกิน 3 เดือน ให้แนบสำเนาวีซ่าของประเทศนั้นๆไปด้วย

*ใบรับรองการทำงานตัวจริง  และสำเนา 1 ชุดต้องยื่นไปรับรองการทำงาน ย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี หากยังทำงานไม่ถึง 5 ปี ให้ยื่นใบรับรองการทำงาน ทั้งหมดตั้งแต่เรียนจบ โยต้องระบุวันที่เริ่มทำงาน จนถึงวันที่พ้นสภาพการเป็น พนักงาน ตำแหน่ง แผนก และเงินดือนที่ได้รับ

*จดหมายชี้แจงถึงเหตุผลและวัตถุประสงค์ที่ต้องการไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย และเป้าหมายหลังจากเรียนจบจากประเทศออสเตรเลียแล้ว

*หลักฐานของผู้สนับสนุนทางการเงิน

*หลักฐานทางการเงิน แนะนำให้ใช้ บัญชีออมทรัพย์ ต้องแสดงประวัติทางการ เงินย้อนหลัง 6 เดือนและต้องอััพเดทข้อมูลเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

*ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่านักเรียน ปัจจุบัน ณ วันที่ 1 มกราคม 2556 จำนวน 17,700 บาท และค่าบริการ VFS 600 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานของผู้สนับสนุนทางการเงิน

*จดหมายรับรองความสัมพันธ์ กรณีที่สปอนเซอร์ไม่ใช่บิดาหรือมารดา

*ใบรับรองการทำงานของสปอนเซอร์ ทางเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าอาจเรียกขออกสาร ที่จะแสดงแหล่งที่มาของเงิน เช่น สลิปเงินเดือนและเอกสารแสดงการเสียภาษี

*สำเนาหนังสือเดินทาง

*สำเนาบัตรประชาชนฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*สำเนาทะเบียนบ้านฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

*สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ และ/หรือ สำเนาใบเปลี่ยนนามสกุลฉบับภาษาไทยและอังกฤษ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานทางการเงิน

*บัญชีออมทรัพย์ เป็นหลักฐานการเงินที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด เพราะสามารถถอนได้ทุกเมื่อและในปัจจุบันแผนกวีซ่าจะขอให้แสดงสมุดบัญชีออมทรัพย์ตัวจริง พร้อมสำเนา ไม่จำเป็นต้องขอหนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากทางธนาคาร และระหว่างที่รอผลการพิจารณาบัญชีไม่ควรเคลื่อนไหว หรือมีการถอนเงินออกจากบัญชีนั้น

*แหล่งที่มาของเงินในบัญชี ต้องสามารถตรวจสอบได้ เพราะรายการเงินที่เข้า ออกในบัญชีเป็นส่วนหนึ่งที่จะถูกพิจารณา เช่น ประวัติทางการเงินในบัญชีที่ผ่านมา มีเงินเข้าออกเป็นหลักหมื่น แต่มีเงินเข้ามาก้อนใหญ่หลายแสนบาท เป็นต้น ก่อนวันที่จะยื่นสมัครวีซ่่าเงินจำนวนนั้นต้องมีคำอธิบายพร้อมหลักฐานแนบไปให้กับทางเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าพิจารณาด้วย

*ทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ ทอง ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานการเงินได้ ต้องขายทรัพย์สินนั้นก่อนและนำเงินมาฝากไว้ในสมุดบัญชีออมทรัพย์ พร้อมยื่นหลักฐานการขายทรัพย์สินนั้นๆ ให้ทางเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าทราบถึงแหล่งที่มาของเงินก้อนใหญ่ที่เพิ่งฝากเข้าในบัญชีออมทรัพย์ด้วย

*บัญชีการเงินของบริษัท สามารถใช้เป็นหลักฐานทางการเงินได้ แต่จำนวนเงินที่นำมาแสดงต้องเพียงพอตามหลักฐานการคำนวณ และยังคงเหลือเพียงพอในการดำเนินธุรกิจต่อไป โดยคณะกรรมการที่มีอำนาจในการลงนามทุกคนต้องเซ็นยินยอมให้ใช้บัญชีการเงินของบริษัทมาชำระค่าเรียนและค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่ผู้สมัครเรียนอยู่ที่ออสเตรเลีย และหากบัญชีมีวงเงินเบิกเกินบัญชี ต้องให้ทางธนาคารระบุในหนังสือรับรองฐานะทางการเงินให้ชัดเจนว่าได้รับวงเงินเบิกเกินบัญชีเท่าไหร่

*เงินกู้ นำมาเป็นหลักฐานทางการเงินได้ แต่ต้องเป็นเงินกู้เพื่อการศึกษา และต้องแสดงหลักฐานสัญญาเงินกู้แบบที่เป็นทางการจากสถาบันการเงินรับรองเท่านั้น แผนกวีซ่าจะไม่พิจารณาสัญญาเงินกู้ที่เป็นลายมือเขียน

*หากจะใช้บัญชีฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน สลากออมสิน หุ้น กองทุนเปิด และพันธบัตรมาแสดง ต้องถอนหรือขายก่อนแล้วนำมาฝากในบัญชีออมทรัพย์แทน เพราะหลักฐานการเงินที่นำมาแสดงต้องหมายถึง เงินที่จะนำไปใช้เพื่อการเรียนและค่าครองชีพในออสเตรเลียระหว่างเรียนจริง ไม่ใช่แค่การันตีเท่านั้น

*บัญชีเงินฝากในต่างประเทศ ไม่แนะนำ เพราะเจ้าหน้าที่แผนกวีซ่าไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ในประเทศไทยและแสดงหลักฐานการโอนเงินแนบไปด้วย

*เอกสารการเงินที่ผู้สมัครยื่นเข้าไปพร้อมใบสมัคร หากแจ้งว่ามีจำนวนเงิน เท่าไหร่ นั่นหมายความว่าต้องมีเท่านั้นจริง หากเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบแล้ว พบว่าจำนวนเงินที่มีอยู่จริงในบัญชีตอนนี้ไม่ได้มีจำนวนเท่ากับที่แจ้งจะถือได้ว่าผู้สมัครบิดเบือนข้อมูล ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาวีซ่า

 

[ วีซ่าท่องเที่ยว ]

วีซ่าท่องเที่ยวเหมาะสำหรับผู้ที่มายังออสเตรเลียเพื่อท่องเที่ยว การชมทิวทัศน์ การเรียนระยะสั้น (ไม่เกิน 3 เดือน) เหตุผลทางสังคมหรือความบันเทิง เพื่อเยี่ยมญาติ เพื่อน หรือจุดประสงค์อื่นที่ไม่ใช่การทำงานระยะสั้น มีวีซ่าท่องเที่ยวมากมายสำหรับผู้ที่ต้องการมายังออสเตรเลีย ในฐานะนักท่องเที่ยว

เอกสารประกอบการสมัครวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย

*แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยว 48R สามารถดาวน์โหลดได้จากลิ๊งค์ http://www.immi.gov.au/allforms/pdf/48r.pdf แบบฟอร์มนี้ต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษและลงนามโดยผู้สมัครเท่านั้น

*หนังสือเดินทางตัวจริงที่มีอายุเหลือเกิน 6 เดือนและสำเนา 1 ชุด

*สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

*สำเนาทะเบียนบ้าน

*รูปถ่ายสี ขนาด 4.5 ซ.ม*3.5 ซ.ม. 2รูป พื้นหลังเป็นสีขาว

*หลักฐานทางการเงิน Bank Statement และ Bank guarantee ในกรณีใช้สมุดเงินฝากธนาคารเป็นหลักฐานการเงินจะต้องยื่นสมุดเงินฝากฉบับจริง

*หลักฐานการศึกษา หรือ หลักฐานการทำงาน

*Invitation Letter

*หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน

*หลักฐานจากสปอนเซอร์ หลักฐานทางการเงินและเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยัน ความสัมพันธ์ เช่นรูปถ่าย และ Email

*ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าท่องเที่ยว ปัจจุบัน ณ วันที่ 1 มกราคม 2556 จำนวน 3,800 บาท และค่าบริการ VFS 600 บาท

*ซองเปล่าติดแสตมป์ตามน้ำหนัก จ่าหน้าซองถึงตัวเอง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งพาสปอร์ตคืน สำหรับการสมัครทางไปรษณีย์ เอกสารทุกรายการที่เป็นสำเนาต้องลงชื่อรับรองสำเนาให้เรียบร้อยด้วย

 

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวีซ่าออสเตรเลียได้ที่ >> http://vfs-au.net/Thai/


สถาบันภาษา

 

Sydney, New South Wales

Access Language Centre

Cambridge College International

Embassy English

Langports English Language College

Lloyd International College

Mercury Colleges

North Sydney English College

Performance English

 

Melbourne, Victoria

Discover English

Embassy English

Ozford English Language Centre

Performance English

 

Brisbane, Queensland

Browns English Language School

Embassy English

Imperial College Australia

International House Brisbane – ALS

Langports English Language College

LSI Brisbane

Queens College

 

Gold Coast, Queensland

 Browns English Language School

Embassy English

Inforum Education

Langports English Language College

 

Perth, Western Australia

 Milner International College of English

Phoenix Academy

 

 


โรงเรียนประถม/มัธยม

The Hills Grammar School (Sydney)

(Kinderkarten – Year 12)

 Ozford College (Melbourne) (Year 10 – 12)
Phoenix Academy (Perth)(Year 11 – 12)

 

วิทยาลัย

Sydney, New South Wales

Cambridge College International

 

Kent Institute of Business and Technology (KIBT)

Lloyd International College

Mercury Colleges

North Sydney English College

Raffles College of Design and Commerce

 

Melbourne, Victoria

Ozford College of Business

 

Brisbane, Queensland

Browns Professional

Imperial College Australia

Queens College

 

 

มหาวิทยาลัย

สนใจเรียนระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี/โท/เอก) ในมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆในออสเตรเลียตามรายชื่อด้านล่าง สามารถปรึกษาเราได้เลย

 

Australian Capital Territory

The Australian National University (ANU) World Ranking : 27th (QS 13/14)
University of Canberra (UC) World Ranking : 601st-650th (QS 13/14)

 

New South Wales

Central Queensland University (CQU) N/A
Curtin University Sydney (CU) World Ranking : 284th (QS 13/14)
Macquarie University (MAQ) World Ranking : 263rd (QS 13/14)
The University of New England (UNE) World Ranking : 701st+ (QS 13/14)
The University of New South Wales (UNSW) World Ranking : 52nd (QS 13/14)
The University of Sydney (SYD) World Ranking : 38th (QS 13/14)
University of Technology Sydney (UTS) World Ranking : 272nd (QS 13/14)
University of Western Sydney (UWS) World Ranking : 651st-700th (QS 13/14)
University of Wollongong (UW) World Ranking : 276th (QS 13/14)

 

Northern Territory

Charles Darwin University (CDU) World Ranking : 471st-480th (QS 13/14)

 

Queensland

Bond University (BON) World Ranking : 421st-430th (QS 13/14)
Central Queensland University (CQU) N/A
Griffith University (GU) World Ranking : 341st (QS 13/14)
James Cook University (JCU) World Ranking : 351st (QS 13/14)
Queensland University of Technology (QUT) World Ranking : 279th (QS 13/14)
The University of Queensland (UQ) World Ranking : 52nd (QS 13/14)

 

South Australia

The University of Adelaide (UA) World Ranking : 104th (QS 13/14)

 

Tasmania

University of Tasmania (UTAS) World Ranking : 401st-410th (QS 13/14)

 

Victoria

Central Queensland University (CQU) N/A
Deakin University (DEA) World Ranking : 380th (QS 13/14)
La Trobe University (LAT) World Ranking : 390th (QS 13/14)
Monash University (MON) World Ranking : 69th (QS 13/14)
RMIT University (RMIT) World Ranking : 291st (QS 13/14)
The University of Melbourne (MEL) World Ranking : 31st (QS 13/14)
Victoria University (VU) World Ranking : 701st+ (QS 13/14)

 

Western Australia

Curtin University (CU) World Ranking : 284th (QS 13/14)
Edith Cowan University (ECU) N/A
Murdoch University (MUR) World Ranking : 551st-600th (QS 13/14)
The University of Western Australia (UWA) World Ranking : 84th (QS 13/14)

 

*In partnership with Insight Education Consulting