"เราเอาใจใส่เสมือนคนในครอบครัว เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการศึกษา บริการด้วยใจ จาก Smart Globe Education"

สถาบันการศึกษาในอังกฤษ

Posted on: July 29th, 2013 by admin
  • SumoMe

ข้อมูลทั่วไป

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับประเทศอังกฤษ



ประเทศอังกฤษตั้งอยู่บน เกาะบริเทนใหญ่ และอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป อาณาเขตทางทิศเหนืออยู่ติดกับสกอตแลนด์ ทิศตะวันตกอยู่ติดกับเวลส์ ทิศที่ไม่อยู่ติดกับแผ่นดินเลยคือทิศตะวันออก ซึ่งอยู่ติดกับทะเลไอริช ทะเลเซลติก และทะเลเหนือ ส่วนทางทิศใต้ มีช่องแคบอังกฤษคั่นกับทวีปยุโรป โดยจุดที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากประเทศฝรั่งเศส เป็นระยะทาง 34 กิโลเมตร บริเวณช่องแคบโดเวอร์

คำว่า “อิงแลนด์” (England) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาอังกฤษของประเทศอังกฤษในปัจจุบัน ได้มาจากชื่อ “อังเกิล” (Angles) ซึ่งเป็นชนเผ่าหนึ่งในบรรดาชนเผ่าเยอรมันหลายเผ่าที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ ตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 6 โดยมาจาก “Engla Land” และกลายมาเป็น “England” ในปัจจุบัน

ประเทศอังกฤษเป็นประเทศหนึ่งในสหราชอาณาจักร (ชื่อเต็มคือ United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland หรือ สหราชอาณาจักรบริเทนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ) โดยประกอบด้วยอีก 3 ชาติ ได้แก่ สกอตแลนด์ เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ (สกอตแลนด์ และเวลส์ ตั้งอยู่บน เกาะบริเทนใหญ่เหมือนกับประเทศอังกฤษ ส่วน ไอร์แลนด์เหนือ ตั้งอยู่บนเกาะไอร์แลนด์) โดยประเทศทั้ง 4 ได้รวมตัวกัน โดยมีการพัฒนายุทธศาสตร์และผลประโยชน์ที่จะได้รับร่วมกัน

 

การเมืองการปกครอง

อังกฤษ มีรูปแบบรัฐเป็นแบบ ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา โดยพระมหากษัตริย์ ทรงใช้อำนาจบริหารผ่านคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ รัฐบาล คณะรัฐมนตรีนั้นเลือกโดยรัฐสภา รัฐสภาของประเทศอังกฤษ เป็น แบบสภาคู่ แบ่งเป็น 2 สภา คือ เฮ้าส์ออฟลอร์ด เป็นสภาสูงที่มาจาก การแต่งตั้ง และเฮ้าส์ออฟคอมมอนส์ เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้ง ประเทศอังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร และกฏหมายส่วนใหญ่ ก็ปรากฏอยู่ในรูปประเพณีปฏิบัติ

พระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบันของประเทศอังกฤษคือ สมเด็จพระ ราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 และผู้ดำรงตำแหน่งมกุฏราชกุมารพระองค์ปัจจุบัน คือ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ส่วนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอังกฤษ คือ นาย เดวิด คาเมรอน


ลักษณะภูมิประเทศ

ภูมิประเทศของอังกฤษนั้นส่วนมากจะเป็นแผ่นดินนูนสลับแผ่นดินต่ำ มีภูเขาอยู่ทางตอนเหนืิอและทางตอนตะวันตกเป็นแนวแบ่งเขต มีพื้นที่โดย รวมประมาณ 130,395 ตารางกิโลเมตร มีเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือเขต ลอนดอน ในประเทศอังกฤษไม่มีภูเขาที่สูงกว่า 1,000เมตร และมีหมู่เกาะ อังกฤษ ที่ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ถึงประมาณ 1,098 เกาะ แม่น้ำมี หลายสายแต่แม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทสอังกฤษ คือ แม่น้ำเทมส์ ซึ่งมีความ ยาวถึง 346 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีแม่น้ำที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักอื่นอีก ได้แก่ แม่น้ำเมอร์ซีย์ที่ลิเวอร์พูล แม่น้ำไทน์ในนิวคาสเซิล

การแบ่งภูมิภาคประเทศอังกฤษแบ่งได้ทั้งหมด 9 ภูมิภาคดังนี้

East Midlands มีพื้นที่ประมาณ 15,627 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม พื้นที่อาณาบริเวณทางตะวันออกของอังกฤษ ประกอบด้วย Nottinghamshire, Derbyshire, Leicestershire, Rutland, Northamptonshire และพื้นที่ส่วนใหญ่ในมณฑล Lincolnshire

East of England มีพื้นที่ประมาณ 19,120 ตารางกิโลเมตร ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1994 และได้การยอมรับให้เป็นหนึ่งในเขตการปกครองในปี ค.ศ. 1999 ภูมิภาคนี้ประกอบด้วย  Essex, Hertfordshire, Bedfordshire, Cambridgeshire, Norfolk และ Suffolk

Greater London มีพื้นที่ประมาณ 1,572 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ทาง ตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ ประกอบด้วย London, Hertfordshire, Buckinghamshire, Berkshire, Surrey และ Kent

North East England มีพื้นที่ประมาณ 8,592 ตารางกิโลเมตร ประกอบ ด้วย Northumberland, County Durham, Tyne, Wear และ Teesside นอกจากนี้ยังครอบคลุมพื้นที่บางส่วนทางตอนเหนือของ North Yorkshire อีกด้วย

North West England ภูมิภาคนี้มีพื้นที่ประมาณ 14,165 ตาราง กิโลเมตร ประกอบด้วย Cambria, Lancashire, Greater Manchester, Merseyside, and Cheshire

South East England มีพื้นที่ประมาณ 19,096 ตารางกิโลเมตร ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1994 ประกอบด้วย Berkshire, Buckinghamshire, East Sussex, Hampshire, Isle of Wight, Kent, Oxford shire, Surrey, West Sussex

South West England มีพื้นที่ประมาณ 23,829 ตารางกิโลเมตร นับว่า เป็นภูุมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอังกฤษครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ Bristol, Gloucestershire, Somerset, Dorset, Wiltshire, Devon, Cornwall, the Isles of Sicily

West Midlands มีพื้นที่ประมาณ 13,004 ตารางกิโลเมตร  ครอบคลุม พื้นที่ทางตะวันตกของอังกฤษที่เราเรียกกันว่า Midlands รวมทั้งมณฑล Birmingham นอกจากนั้นก็ยังรวมกลุ่มเมืองมิดแลนด์ตะวันตก ที่รวมทั้ง Wolverhampton Dudley, Solihull,  Walsall and West Bromwich รวมทั้ง Coventry ที่ตั้งอยู่ใน West Midlands country แต่แยกจากกลุ่มเมืองมิดส์แลนด์ตะวันตกแนวไม้ที่ยางหลายกิโลเมตร

Yorkshire and the Humber มีพื้นที่ประมาณ 15,420 ตารางกิโล เมตร มีพื้นที่ครอบคลุมเขต historic country of Yorkshire เกือบทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่ส่วนหนึ่งทางตอนเหนือของ Lincolnshire

 

 

อุณหภูมิและสภาพอากาศในอังกฤษ

อุณหภูมิของประเทศอังกฤษ โดยส่วนใหญ่จะไม่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียสในฤดูหนาว และไม่เกิน 32 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน

สภาพอากาศโดยส่วนใหญ่ค่อนข้างชื้นและเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง มีฝนตกประปรายตลอดทั้งปี เขตที่มีปริมาณฝนมากที่สุด คือ ทางด้านตะวันตกของประเทศ

เดือนที่อากาศเย็นที่สุดในอังกฤษ คือเดือน มกราคมหรือกุมภาพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่เป็นชายฝั่ง เพราะได้รับอิทธิพลจากทะเล เดือนที่อบอุ่นที่สุดในอังกฤษ คือ เดือนกรกฎาคม ซึ่งอากาศอบอุ่นจะอยู่ในช่วงเดือน พฤษภาคม – ตุลาคม โดยปัจจัยที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศของประเทศอังกฤษ คือ สภาพพื้นที่ที่อยู่ใกล้หรือไกลกับมหาสมุทรแอตแลนติก เส้นละติจูดเหนือและกระแสน้ำอุ่นในมหาสมุทรแอตแลนติก

อุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ในอังกฤษ คือ 38.5 องศา ที่เมือง Brogdale ใน Kent เมื่อ 10 สิงหาคม 2546 ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดในประเทศอังกฤษที่เคยวัดได้ คือ -26.1 องศา ที่เมือง Edgmond, Shropshire เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2525

ฤดูของประเทศอังกฤษมีทั้งหมด 4 ฤดู  คือ

ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ15 – 20 C

ฤดูร้อน เดือนมิถุนายน – สิงหาคม อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 15 – 32 C

ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน  -พฤศจิกายน อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 8 – 14 C

ฤดูหนาว เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 0 – 4 C

 

เวลา

ประเทศอังกฤษเวลาจะเดินช้ากว่าประเทศไทย 7 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 26 มีนาคม (ใช้มาตรฐานเวลา GMT UTC+0)

และเวลาจะเดินช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม – 29 ตุลาคม (ใช้มาตรฐานเวลา GMT UTC+1)

 

ประชากร

ประเทศอังกฤษจัดเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางเชื้อชาติ แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว 87.5% เป็นคนเอเชียใต้ 6 % เป็นคนผิวสี 2.9% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มผสมเชื้อชาติต่าง ๆ อาทิเช่น ชาวจีน เอเชียตะวันออก เป็นต้น ประชากรในอังกฤษโดยประมาณที่สำรวจไว้เมื่อปี 2010 มีจำนวน 52,234,000 คน

ความหนาแน่นของประชากรในอังกฤษ สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ประมาณหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมดอาศัยอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งมีสภาพทางเศรษฐกิจที่ดี และส่วนใหญ่เป็นเขตเมืองหรือชานเมือง ประชากรประมาณ 7.5 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุงลอนดอน

 

ภาษา

ภาษาทางการของอังกฤษมี 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และ ภาษาเวลส์ แต่ภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุด คือ ภาษาอังกฤษ นอกจากนี้มีการใช้ภาษา Cornish กันบ้างในบางพื้นที่

ภาษาอังกฤษได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จากอิทธิพลของจักรวรรดิบริเทนในอดีต และอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน ทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองที่สอนกันมากที่สุดในโลก

 

ศาสนา

คริสต์ศาสนา เป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในอังกฤษ ปัจจุบัน คริสต์ศาสนา นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์เป็นศาสนจักรประจำชาติของอังกฤษ และเป็นแม่ข่ายของชุมชนแองกลิคันทั่วโลก (ความเชื่อของแองกลิคันจะพบได้ในคำเขียนในพระวรสาร ประเพณีของโบสถ์ สาวก และผู้สอนศาสนาแต่เดิม ลักษณะโครงสร้าง ความเชื่อทางคริสต์ศาสนวิทยา และลักษณะการทำพิธีเป็นลักษณะเอกลักษณ์ที่เป็นสายกลางระหว่าง นิกายโรมันคาทอลิก และ นิกายโปรแตสแตนต์ หรือที่เรียกว่า “ทางสายกลาง” ของนิกายทั้งสาม)    ส่วนศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นนิกายคริสต์ศาสนาที่ใหญ่เป็นอันดับสอง

ส่วนศาสนาอื่น ก็สามารถนับถือได้อย่างเสรีในอังกฤษ โดยศาสนาอื่นที่มีผู้นับถือ ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู และศาสนาพุทธ ซึ่งมีศาสนิกชนจำนวนไม่น้อย ในขณะที่ศาสนาซิกข์และศาสนายูดายมีศาสนิกชนรองลงมา นอกจากนี้ มีประชากรจำนวนไม่น้อยประกาศตัวว่าไม่นับถือศาสนาใด ๆ เลย

 

 

สกุลเงิน

เงินปอนด์ (Pound Sterling) เริ่มใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณ กล่าวคือ เมื่อประมาณ พ.ศ. 1320 ราชอาณาจักรซักซอน (อาจเรียกว่าพวกอังกฤษสมัยโบราณก็ได้ แต่ความจริงแล้ว ซักซอนไม่ได้เป็นบรรพบุรุษโดยตรงของอังกฤษปัจจุบัน) ได้ทำเหรียญกษาปณ์ขึ้นจากโลหะเงินแท้ น้ำหนัก 1 ปอนด์ ซึ่งได้เหรียญเงินเป็นจำนวน 240 อัน เรียกว่าเหรียญสเตอร์ลิง และด้วยน้ำหนักเท่ากับ 1 ปอนด์นี้เอง เมื่อต้องใช้จ่ายเงิน ก็จะบอกค่าเป็นจำนวนปอนด์ของเหรียญสเตอร์ลิง (Pounds of Sterling) และภายหลังเรียกสั้นลงว่า ปอนด์สเตอร์ลิง (Pound Sterling)

ครั้นเมื่อพวกนอร์มัน (Norman) เข้ามาครองอำนาจแทนพวกซักซอน พวกนี้ได้แบ่งหน่วยเงินตราปอนด์ออกเป็นหน่วยย่อย คือ 1 ปอนด์ แบ่งได้ 20 ชิลลิง (shilling) และ 1 ชิลลิง ยังแบ่งได้อีกเป็น 12 เพนนี (เอกพจน์ penny, พหูพจน์ pennies หรือ pence)

เรื่องค่าของปอนด์นั้นยังไม่จบ เพราะตัวย่อของปอนด์นั้นมีปัญหา เมื่ออักษรย่อของปอนด์นั้น ใช้ lb หรือ ? ซึ่งทำให้สับสน และอักษรย่อ หรือเครื่องหมายดังกล่าว มีที่มาจากคำว่า libra ในภาษาละตินสมัยกลาง ความจริงแล้ว คำว่า ลิบรา ก็คือ ตาชั่ง (คำเดียวกับที่เรียกกลุ่มดาวราศีตุล) สำหรับอักษร ?. นั้น ก็คือตัว L นั่นเอง (ใช้ได้ทั้งสองแบบ) ในตำราเก่าๆ บางครั้งเขียน l. เฉยๆ ก็มี

ส่วนชิลลิงนั้น เขาใช้อักษรย่อว่า s เฉย ๆ ตัวอักษรนี้ไม่ได้ย่อจาก shilling แต่มาจาก solidus ในภาษาละติน สำหรับหน่วยเล็กสุด คือ เพนนีนั้น ย่อเป็น d เพราะในภาษาละตินนั้น หน่วยเล็กสุดของค่าเงินคือ denarius เราจึงอาจพบการเขียนบอกจำนวนเงินเป็น 2l. 8s. 5d. นั่นคือ 2 ปอนด์ 8 ชิลลิง กับอีก 5 เพนนี

สำหรับเหรียญชิลลิงนั้น มีค่าเท่ากับ 12 เหรียญ เดิมเรียกว่าเทสทัน หรือเทสทูน (teston, testoon) เริ่มมีครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2047 มีการแกะสลักเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าเฮนรีที่ 7 ครั้นในสมัยรัชกาลพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ก็ยังคงใช้เหรียญค่านี้ แต่เรียกใหม่ว่า ชิลลิง ส่วนที่มาของชื่อนั้น จริง ๆ แล้วยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่เข้าใจว่าเรียกตามเหรียญของพวกอังโกล-ซักซอน คือสคีลลิง (scilling, scylling) และบางรัฐของเยอรมนีก็มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่เรียกว่า ชิลลิง (schilling) เหมือนกัน

ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2464 ค่าของชิลลิงเป็นแต่ชื่อเรียกเท่านั้น ไม่ได้มีการผลิตเหรียญเงินค่าชิลลิงออกมา และอีก 26 ปีต่อมา มีการผลิตเหรียญชิลลิง โดยใช้โลหะผสมระหว่างทองแดง และนิกเกิล เรียกว่าโลหะคิวโพรนิเกิล เมื่อถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2514 อังกฤษได้เปลี่ยนมาตราเงินแบบเทียบร้อยตามหลักสากล คือ 100 เพนนี เป็น 1 ปอนด์ โดยไม่ใช้หน่วยชิลลิงอีก ทำให้อักษรย่อชิลลิงจึงหมดไป อักษรย่อเพนนี เปลี่ยนจาก d เป็น p ซึ่งย่อมาจากคำว่าเพนนี (penny) โดยตรง

 

เศรษฐกิจ

ระบบเศษฐกิจของประเทศอังกฤษถือว่าเป็นระบบเศษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะค่าเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศนั้นสูงถึง 22,907 ยูโร เป็นประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านเคมี เภสัชกรรมและเป็นอุตสาหกรรมหลักทางด้านเทคนิค โดยเฉพาะด้านยานอวกาศ อาวุธยุทโธปกรณ์และอุตสาหกรรมการผลิตซอฟต์แวร์ นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ ณ กรุงลอนดอนยังเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่สำคัญของสหราชอาณาจักรและใหญ่ที่สุดในยุโรปและยังเป็นศูนย์กลางการเงินที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปด้วย

 

การศึกษา

อังกฤษมีอัตราการอ่านออกเขียนได้ของประชากรสูงถึง 99% เป็นผลมาจากการให้ความสำคัญกับการศึกษาจากทางภาครัฐ ซึ่งการศึกษาภาคบังคับมีสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 5 ถึง 16 ปี

กระทรวงศึกษาธิการ คือหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการให้ความรู้ด้านการศึกษากับชาวอังกฤษจนถึงอายุ 19 ปี โดยเริ่มจากโรงเรียนสอนทักษะภาษาทั่วไปสำหรับเด็กเล็ก นอกจากนี้ก็ยังมีโรงเรียนสอนศาสนา หรือเริ่มขั้นพื้นฐานด้วยการศึกษาใน Church of England หรือ คาทอลิก

เมื่อเด็กอายุได้ 3-4 ปี จะเข้าเรียน ใน Nursery school เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาในระดับ Primary School โดยการเรียนในช่วงนี้ จะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 4-11 ปี (เทียบได้กับระดับประถมศึกษาของไทย) หลังจากนั้นก็จะเรียนต่อในระดับ Secondary School ในช่วงอายุระหว่าง 11-16 ปี พร้อมเลือกว่า จะเรียนต่ออีก 2 ปี เพื่อเตรียมตัวเข้า Sixth form college (เป็นสถาบันที่เรียนเพื่อให้ได้ใบประกาศระดับ Advanced school-level qualifications เช่น A-levels หรือ school-level qualifications เช่น GCSEs) หรือจะเลือกเข้าสอบ GSCE เพื่อศึกษาต่อในสถาบันแบบ Further education หรือเข้ามหาวิทยาลัยตามที่ต้องการเมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป

 

กีฬา

ประเทศอังกฤษถือเป็นแหล่งกำเนิดของกีฬาหลายชนิด เช่น Football, Cricket, Rugby, Tennis, Badminton, Squash, Rounders, Hockey, Boxing, Snooker, Billiards, Darts, Table Tennis, Bowls, Netball, Thoroughbred Horse Racing แต่อย่างไรก็ตามกีฬาที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในอังกฤษและโลกนี้คือ Football (ฟุตบอล) หรือที่บางประเทศเรียกว่า Soccer

 

——————————————————————————————————————–

 

ระบบการศึกษา


 

 

ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักร แบ่งเป็น

1. ระดับประถมศึกษา

2. ระดับมัธยมศึกษา

3. ระดับอาชีวศึกษา

4. ระดับปริญญา

 

ระดับประถมศึกษา

เด็กนักเรียนอังกฤษในระบบโรงเรียนรัฐบาลโดยมากเข้าเรียนระดับชั้น ประถมเมื่ออายุ 5 ปี และเลื่อนชั้นเข้าระดับมัธยมศึกษาเมื่ออายุครบ 11 ปี การสอนเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียน และทักษะทางตัวเลข

 

ระดับมัธยมศึกษา รวมถึง GCSEsหรือเทียบเท่า

โรงเรียนมัธยมในสหราชอาณาจักรทั้งในระบบรัฐบาลและเอกชน เปิดสอน ให้นักเรียนจนถึงอายุ 16 ปี และเตรียมความพร้อมของนักเรียนสำหรับการสอบ GCSEs หรือเทียบเท่า โดยมากนักเรียนต่างชาติเริ่มเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนเมื่ออายุ 11 หรือ 13 ปี ระบบโรงเรียนประจำในอังกฤษ นักเรียนที่มีอายุน้อยจะต้องอยู่ในกฏเกณท์ที่เข้มงวด และจะถูกฝึกฝนให้มีความรับผิดชอบในการทำประโยชน์ให้กับหอพัก ส่วนนักเรียนที่มีอายุมากกว่าจะได้รับการฝึกฝนให้เป็นผู้นำด้วยการได้รับสิทธิพิเศษและมีความเป็นอิสระมากขึ้น

 

การศึกษาหลังอายุ 16 ปี รวมถึง A-Levels หรือเทียบเท่า

หลังจากจบการศึกษาภาคบังคับเมือ่อายุ 16 ปีแล้ว นักเรียนสามารถเลือกที่จะไม่เรียนต่อและทำงานได้ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเรียนต่อระดับ A-Levels หรือเทียบเท่าในวิทยาลัย ที่เรียกว่า Sixth-form college or college of further education นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่สอบ A-Levels เพื่อศึกษาต่อ ระดับอุดมศึกษา

 

การศึกษาหลังอายุ 18 ปี

นักเรียนโดยมากจะจบการศึกษาระดับมัธยมเมื่ออายุ 18 ปี และได้รับวุฒิการศึกษา A-Levels หรือเทียบเท่า และหลังจากนั้นก็จะศึกษาต่อไปในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา

 

การศึกษาระดับอาชีวศึกษา

Further Education เป็นคำที่ใช้เรียกการศึกษาและการอบรมซึ่งเกิดขึ้น หลังจากนักเรียนจบการศึกษาภาคบังคับ เมื่ออายุ 16 ปี วิทยาลัยมากว่า 600 แห่ง ในสหราชอาณาจักรเปิดสอนหลักสูตรและสาขาวิชาหลากหลายรวมทั้ง หลักสูตรภาษาอังกฤษ หลักสูตร GCSEs and A-Levels หลักสูตรวิชาชีพ และหลักสูตรปริญญาตรีบางสาขาวิชา

 

การศึกษาระดับอุดมศึกษา Higher Education

Higher Education เป็นคำที่ใช้เรียกการศึกษาและการฝึกอบรมที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และบางสถาบัน ซึ่งเปิดสอนในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า มีมหาวิทยาลัยกว่า 90 แห่งในสหราชอาณาจักรและเปิดหลักสูตรหลากหลายสาขาวิชา

 

หลักสูตรที่เปิดสอน

1. หลักสูตรภาษาอังกฤษ

ในแต่ละปีมีนักศึกษาต่างชาติเป็นจำนวนมากเดินทางมาเรียนภาษาอังกฤษที่สหราชอาณาจักร เนื่องจากการลงทะเบียนทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยากและมีบรรยากาศที่เป็นมิตร ทั้งยังมีหลักสูตรให้เลือกเรียนมากมาย นักศึกษาสามารถเลือกเรียน หลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ การท่องเที่ยว การแพทย์ การอกแบบแฟชั่น วิศวกรรม การค้าระหว่างประเทศ เตรียมตัวศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ โดยหลักสูตรเหล่านี้มีเปิดสอนทั้งในโรงเรียน สถาบันสอนภาษาเอกชน โรงเรียนประจำ วิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษา

2. หลักสูตร GCSEs / A-Levels และเทียบเท่า

ตามปกตินักเรียนที่ได้รับประกาศนียบัตรระดับมัธยม ทั้งที่เป็น GCSEs / International GCSEs หรือ Vocational GCSE มักจะมีอายุประมาณ 16 ปี หลังจากนั้นจะเรียนเนื้อหาวิชาการต่ออีก 1 ปี ก่อนจะสอบ Advance Supplementary Examinations (AS-Levels) และเมื่อเรียนต่ออีก 1 ปี ก็จะสอบ Advance Level Examination (A-levels) หรือในบางกรณีจะสอบ International Baccalaureate (IB) แทน นอกจากนี้ยังมีทางเลือกสำหรับ สายวิชาชีพอีก เช่น General National Vocational Qualification (GNVQs) / Vocational A-Levels ซึ่งจะต้องสอบหลังเรียนต่อ 1 หรือ 2 ปี

โดยหลักสูตรต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้ผ่านเข้าไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้ โรงเรียนประจำจะจัดการศึกษาสำหรับเด็กอายุ 7-18 ปี จนผ่านการสอบ GCSEs / AS-Levels / IB ในขณะเดียวกันวิทยาลัยจะรับนักศึกษาอายุระหว่าง 16-18 ปี และเปิดสอนในระดับวุฒิการศึกษา GCSEs / AS-Levels / IB เหมือนกับโรงเรียน ประจำ รวมทั้งมีหลักสูตรภาษาอังกฤษและวุฒิการศึกษาวิชาชีพ โดยสรุปก็คือ นักศึกษาสามารถได้รับวุฒิการศึกษา GCSEs / A-Levels และเทียบเท่า จากโรงเรียนประจำ วิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวศึกษา

3. หลักสูตรวิชาชีพ

การสอนหลักสูตรวิชาชีพหรือ Vocational Training ในสหราชอาณาจักร จะสอนสิ่งที่นักศึกษาจำเป็นต้องรู้เพื่อใช้ประกอบอาชีพต่อไป โดยหลักสูตรดังกล่าวเปิดสอนในวิทยาลัย บางหลักสูตรสามารถเรียนต่อไปจนถึงระดับปริญญาได้ ในขณะที่บางหลักสูตรเป็นหลักสูตรที่มีวุฒิบัตรวิชาชีพ หลักสูตรวิชาชีพเด่นๆในสหราชอาณาจักรได้แก่ ธุรกิจคอมพิวเตอร์ วิศวกรรม และออกแบบ แฟชั่น ซึ่งตัวอย่างของวุฒิการศึกษาที่ได้อาจจะเป็นประกาศนียบัตรจาก Chatrered Institute of Marketing (CIM) หรือ ประกาศนียบัตรขั้นสูง จากThe Association of Chartered Certified Accountants (ACCA) เป็นต้น โดยหลักสูตรวิชาชีพจะเปิดสอนทั้งในวิทยาลัย และสถาบันอุดมศึกษา

4. หลักสูตรปริญญา

หลักสูตรปริญญาตรี มีหลากหลายสาขาวิชาให้เลือกเรียน โดยมีระยะเวลาเรียนตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป แล้วแต่สาขาวิชา ส่วนระดับปริญญาโท-เอก มีให้เลือก 2 แบบ คือการเรียนในชั้นเรียน หรือการทำวิจัย ในช่วงระยะเวลาหนึ่งการเรียนในชั้นเรียนจะช่วยให้นักศึกษาได้รับความรู้อย่างลึกซึ้งตามสายวิชานั้นๆ โดยนักศึกษาสามารถเลือกเรียนในสายอื่นที่ต่างจากระดับปริญญาตรีหรือเพื่อเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยต่อไป ส่วนการเรียนด้วยการทำวิจัยนั้นจะเปิดโอกาศให้นักศึกษาเรียนรู้อย่างลึกซึ้งในสาขาที่สนใจเป็นพิเศษ การทำวิจัยหรือวิทยานิพนธ์จะทำให้นักศึกษาค้นพบข้อมูลใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์แก่สาขาวิชานั้นๆ โดยเฉพาะนักศึกษาที่เลือกทำวิจัยทั้งในระดับปริญญาโทและเอก จะอยู่ในความดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาซึ่งเป็นอาจารย์ประจำที่มีความสนใจ และเชี่ยวชาญทางด้านนั้นๆเป็นพิเศษ การให้ความสำคัญต่อระบบอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะดูแลนักศึกษาเป็นรายบุคคลอย่างใกล้ชิดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ในหลักสูตรปริญญาโท-เอกแบบทำวิจัยของสหราชอาณาจักร ซึ่งหลักสูตรเช่นนี้จะช่วยให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทักษะการแก้ปัญหาในระดับสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เหมาะกับการประกอบอาชีพในสายธุรกิจและการจัดการ การวิจัย และอุดมศึกษา

5.หลักสูตรระยะสั้น

สถาบันการศึกษาของสหราชอาณาจักรหลายแห่ง เปิดสอนหลักสูตรระยะสั้น 1 เดือน 3 เดือน หรือ 9 เดือน ซึ่งมักจะเป็นหลักสูตรวิชาชีพ นับเป็นการช่วยให้นักศึกษาได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆพัฒนาทักษะและได้เรียนรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สนใจ หลักสูตรระยะสั้นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลองใช้ชีวิตนักศึกษาช่วงสั้นๆในสหราชอาณาจักร โดยมีเปิดสอนทั้งในภาคฤดูใบไม้ผลิและภาคฤดูร้อน

 

——————————————————————————————————————–

 

ค่าใช้จ่าย/ค่าครองชีพ


ค่าเล่าเรียนในสหราชอาณาจักร ถูกแบ่งได้ตามประเภทของหลักสูตร ดังนี้

หลักสูตร

ค่าเล่าเรียน (โดยประมาณ)

หลักสูตรภาษาอังกฤษ (ELT: English Language Training) 100 to 300 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับสถาบัน ชนิดของหลักสูตร และระยะเวลา)
ระดับประถมและมัธยมศึกษา (School) 3,000 to 7,000 ปอนด์ต่อภาคการศึกษา (มีทั้งหมด 3 ภาคการศึกษาต่อปี)
หลักสูตรการศึกษาสายอาชีพ (Vocational)– AS/A-levels- BTECs- HNC/HNDs 4,000 to 10,000 ปอนด์ต่อปี
หลักสูตรพื้นฐานก่อนการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี (Foundation Studies) 4,000 to 13,000 ปอนด์ต่อปี
หลักสูตรระดับปริญญาตรี (Undergraduate)
– ด้านศิลปศาสตร์ 9,000 to 15,000 ปอนด์ต่อปี
– ด้านวิทยาศาสตร์ 10,000 to 15,000 ปอนด์ต่อปี
– ด้านแพทยศาสตร์ 11,000 to 25,000 ปอนด์ต่อปี
หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา (Postgraduate)
– ด้านศิลปศาสตร์ 9,000 to 15,000 ปอนด์ต่อปี
– ด้านวิทยาศาสตร์ 10,000 to 15,000 ปอนด์ต่อปี
– ด้านแพทยศาสตร์ 13,000 to 25,000 ปอนด์ต่อปี
– MBA 9,500 to 25,000 ปอนด์ต่อปี

 

ค่าเล่าเรียนของสถาบันศึกษาในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ไม่ได้ครอบคลุมเพียงการสอน การสัมมนา และการฝึกงานเท่านั้น แต่ยังรวมค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งต่อไปนี้ด้วย เช่น

– ห้องสมุดและฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย

– แหล่งค้นคว้าข้อมูลสำหรับการวิจัย

– อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย

– ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และการฝึกงาน

– การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการที่มีอุปกรณ์อันทันสมัยและครบครัน

– สิ่งอำนวยความสะดวกด้านการกีฬา

อย่างไรก็ตามควรศึกษาหาข้อมูลของสถาบันศึกษานั้นๆว่าค่าเล่าเรียนนั้นรวมค่าใช้จ่ายอื่นใดบ้าง เพื่อที่จะได้สามารถประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้นได้

สำหรับค่าครองชีพ อัตราค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ที่พัก อาหาร เสื้อผ้า สันทนาการ ตำรา ค่าเดินทางในแต่ละวัน) ตกประมาณเดือนละ 1,265 ปอนด์ ในเมืองลอนดอน และ 1,015 ปอนด์ในเมืองอื่นๆ (ข้อมูล ณ เดือนพฤษภาคม 2560)

 

——————————————————————————————————————–

 

VISA



วีซ่านักเรียนประเทศอังกฤษมี 3 ประเภท

  1. วีซ่าท่องเที่ยวแบบนักเรียน ไม่เกิน 6 เดือน มีชื่อว่า STUDENT VISITOR VISA
  2. วีซ่าสำหรับนักเรียนที่มีความประสงค์เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ 6-11 เดือน มีชื่อว่า EXTENDED STUDENT VISITOR VISA
  3. วีซ่านักเรียนด้วยระบบการให้คะแนน มีชื่อว่า TIER 4 STUDENT VISA

 

รายละเอียดของวีซ่านักเรียนแต่ละประเภท

  1. วีซ่าท่องเที่ยวแบบนักเรียน เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่มีความต้องการไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษหรือประเทศในเครือสหราชอาณาจักรในหลักสูตรแบบเต็มเวลาที่มีระยะเวลาเรียนไม่เกิน 6 เดือน วีซ่าชนิดนี้ขอต่อวีซ่าที่ประเทศอังกฤษไม่ได้และไม่อนุญาตให้ทำงานระหว่างที่ศึกษาหรือพำนักอยู่ที่ประเทศอังกฤษ
  2. วีซ่าสำหรับนักเรียนที่มีความประสงค์เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ 6-11เดือน เป็นวีซ่าที่เงื่อนไขเหมือนกับวีซ่าท่องเที่ยวแบบนักเรียนทุกประการ เว้นแต่เป็นวีซ่าสำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ  ระยะเวลาเรียนตั้งแต่ 6-11 เดือนเท่านั้น
  3. วีซ่านักเรียนด้วยระบบการให้คะแนน เป็นวีซ่านักเรียนที่ใช้ระบบการให้คะแนนเป็นหลักเกณท์ในการพิจารณาวีซ่า โดยหลักเกณท์การให้คะแนนมีชื่อว่า Points Based System หรือ PBS ซึ่งนักเรียนจะต้องทำคะแนนให้ได้ 40 คะแนนเต็ม วีซ่าจึงจะได้รับการอนุมัติ

ส่วนเงื่อนไขหลักสูตรที่สามารถยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ได้นั้น จะต้องเป็นหลักสูตรที่มีการเรียนแบบเต็มเวลาในสถาบันที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานของ UK ซึ่งมีชื่อเรียกเต็มๆว่า UK Border Agency หรือ UKBA หน่วยงานนี้จะรับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรทั้งในอังกฤษและเครือสหราชอาณาจักรทั้งหมดด้วย

 

วีซ่า TIER 4 Student แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

3.1        Tier 4 General Students สำหรับนักเรียนที่ต้องการไปศึกษาที่อังกฤษแบบเต็มเวลาด้วยการเรียนระดับ Post-16

3.2        Tier 4 Child Students สำหรับนักเรียนอายุตั้งแต่ 4-17 ปี ที่ต้องการไปเรียนแบบเต็มเวลา

 

ระบบคะแนนของวีซ่าประเภท Tier 4 Student คะแนนเต็ม 40 คะแนน แบ่งเป็น

30 คะแนน มาจาก CAS Number ในเอกสาร Confirmation of Acceptance for Studies ซึ่งเป็นเอกสารตอบรับให้เข้าศึกษาอย่างเป็นทางการที่ออกโดยสถาบันซึ่งได้รับการรับรองจากหน่วยงานควบคุมด้านการย้ายถิ่นฐานหรือการเข้าประเทศอังกฤษ ซึ่ง CAS นี้จะต้องมีรายละเอียดของนักเรียน รายชื่อหลักสูตร จำนวนเงินที่ชำระให้กับทางสถาบัน และรายละเอียดหลักฐานในการขอ CAS

10 คะแนน มาจากหลักฐานการเงินที่เพียงพอสำหรับการอาศัยอยู่ที่อังกฤษ โดยเอกสารที่ใช้ต้องเป็นเอกสารทางการเงินตัวจริงที่น่าเชื่อถือ และแสดงยอดเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายและต้องมีช่วงเวลาที่ยอดเงินแสดงในเอกสารทางการเงิน 28 วันเป็นอย่างต่ำ ซึ่งเอกสารนี้จะต้องใช้ยื่นวีซ่าภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ธนาคารออกเอกสารให้ หากยื่นหลังจากนี้ ทางสถานฑูตจะถือว่าเอกสารหมดอายุและจะไม่ได้คะแนนในส่วนนี้

 

หลักเกณท์และเงื่อนไขเบื้องต้นของ  Tier 4 Student Visa

1.นักเรียนไทยที่ต้องการขอวีซ่า Tier 4 Student Visa ในหลักสูตรภาษาอังกฤษ ต้องมีผลวัดระดับภาษาอังกฤษในระดับ B1 เป็นอย่างน้อย ตามมาตรฐานของ Common European Framework of Reference หรือ CEFR ส่วนหลักสูตรอื่นๆทางสถาบันจะเป็นผู้กำหนดมาตรฐานให้ทราบ เช่น การศึกษาในระดับปริญญาตรี ต้องมี IELTS 6.5 ขึ้นไป เป็นต้น

2.วีซ่าชนิดนี้สามารถขอต่ออายุวีซ่าได้ในกรณีที่ต้องการเรียนต่อและสามารถทำงาน Part-Time ได้ในเงื่อนไขที่อนุญาตไว้ ได้แก่

2.1 นักเรียนที่ถือวีซ่า Tier 4 Student และมาเรียนในหลักสูตรระดับ NQF6 / QCF6 / SCQF9 หรือสูงกว่าในสถาบันการศึกษาแบบ UK Higher Education สามารถทำงานระหว่างเรียนแบบ Part-Time ได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และทำงานแบบ Full-Time ได้ในช่วงปิดภาคการศึกษา การศึกษาที่กล่าวมาข้างต้นเทียบเท่ากับปริญญาตรี

2.2 นักเรียนที่ถือวีซ่า Tier 4 Student และมาเรียนในหลักสูตรระดับ NQF3,4or5 / QCF3,4or5 / SCQF6,7or8 ในสถาบันการศึกษาแบบ UK Higher Education สามารถทำงานระหว่างเรียนแบบ Part-Time ได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และทำงานแบบ Full-Time ได้ในช่วงปิดภาคการศึกษา หลักสูตรที่กล่าวมา ข้างต้นส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาในระดับปริญญาตรี เช่น    A Level / Certificate of Higher Education / Foundation Degree

2.3 นักเรียนที่ถือวีซ่า Tier 4 Student และมาเรียนในสถาบันการศึกษาแบบ Publicly Funded Further Education College สามารถทำงานระหว่างเรียนแบบ Part-Time ได้ไม่เกิน 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และทำงานแบบ Full-Time ได้ในช่วงปิดภาคการศึกษา

2.4 หลักสูตรภาษาอังกฤษไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงาน ไม่ว่าจะถือวีซ่าประเภท Student Visitor / Tier 4 Student ก็ตาม

 

ตัวอย่างเอกสารที่ควรเตรียมเพื่อขอ Student Visitor Visa / Extended Student Visitor Visa

  1. แบบฟอร์มขอวีซ่าออนไลน์
  2. รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว ขนาด 35*45 มิลลิเมตร
  3. หนังสือเดินทาง
  4. เอกสารส่วนตัวของผู้ยื่นวีซ่าและผู้เกี่ยวข้อง
  5. หลักฐานการศึกษา
  6. หลักฐานการทำงาน
  7. หลักฐานทางการเงิน
  8. หลักฐานที่พัก
  9. Visa Letter จากทางสถาบันที่เราสมัครเรียน
  10. Medical Certificate or IOM ในกรณีที่เรียนมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป
  11. ค่าธรรมเนียมวีซ่า

 

ตัวอย่างเอกสารที่ควรเตรียมเพื่อขอ Tier 4 Student Visa

  1. แบบฟอร์มขอวีซ่าออนไลน์
  2. รูปถ่ายสีพื้นหลังขาว ขนาด 35*45 มิลลิเมตร
  3. หนังสือเดินทาง
  4. เอกสารส่วนตัวของผู้ยื่นวีซ่าและผู้เกี่ยวข้อง
  5. หลักฐานการศึกษาและการฝึกอบรม
  6. Confirmation Of Acceptance For Studies CAS Number จากทางสถาบันที่เราสมัครเรียน
  7. เอกสารและใบเสร็จที่ใช้ในการสมัครเรียน ใบเสร็จค่าที่พัก
  8. หลักฐานระดับทักษะภาษาอังกฤษ ผลสอบภาษาอังกฤษที่ใช้ยื่นขอวีซ่า Tier 4
  9. หลักฐานทางการเงิน ได้แก่ หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า มีเงินสนับสนุน ที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่อังกฤษในขณะที่ศึกษาอยู่ที่นั่น และมีจำนวนเงิน ตามเงื่อนไขที่สถานฑูตกำหนดมาไม่น้อยกว่า 28 วัน
  10. หลักฐานที่พัก
  11. Medical Certificate or IOM ใบรับรองการตรวจสุขภาพ
  12. ค่าธรรมเนียมวีซ่า

 

สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>

www.vfs-uk-th.com/thai/vfsglobalintroduction.html

www.ukba.homeoffice.gov.uk/countries/thailand/?langname=Thai

สถาบันภาษา

 

Bloomsbury International (London)

Embassy English

(Brighton / Cambridge / Hastings / London / Oxford)

LSI

(London Central / London Hampstead / Cambridge / Brighton)

LTC English

(London / Brighton / Eastbourne)

Mayflower College

(Plymouth)

SC Geos Language Plus

(London / Brighton)

Stafford House

(Brighton / Cambridge / Canterbury / London)

The Language Gallery

(London / Birmingham / Manchester)

Tompkins Education Group

(Bristol / Portsmouth / Southampton / Winchester)

UIC English(Brighton / Central London / Greenwich / Oxford)

วิทยาลัยและมหาวิทยาลัย

379d3e2a6cec79082db9eebdba630f0c.png